
DaVinci Resolve Studio 20.3.1 | ถาวร โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
ดาวน์โหลดโปรแกรม Blackmagic Design DaVinci Resolve Studio ตัวเต็มถาวร โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ใส่เอฟเฟคระดับมืออาชีพ เอฟเฟกต์ฟิวชั่นเต็มรูป แก้ไขโทนสีขั้นสูง
DaVinci Resolve Studio คืออะไร
DaVinci Resolve Studio คือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่รวมการตัดต่อ การเกรดสี การทำเสียง และการทำเอฟเฟกต์ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว จุดเด่นคือการทำงานแบบ all-in-one ที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับโปรแกรมไปมา สามารถตัดต่อ ปรับสี ใส่เอฟเฟกต์คอมโพสิต และมิกซ์เสียงได้ในไทม์ไลน์เดียวกัน จึงได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในสายงานโปรดักชันภาพยนตร์ คอนเทนต์ออนไลน์ โฆษณา และงานสตูดิโอมืออาชีพ
โปรแกรมนี้รองรับทั้งผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างงานคุณภาพสูงและผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการเครื่องมือที่แม่นยำและยืดหยุ่น โดยเวอร์ชัน Studio ถือเป็นรุ่นที่มาพร้อมความสามารถเต็มรูปแบบ ฟีเจอร์ขั้นสูง และประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเวอร์ชันฟรี ทำให้สามารถรองรับงานระดับ High-End ได้อย่างมีเสถียรภาพ
คุณอาจสนใจโปรแกรม Adobe Premiere Pro 2025 ที่มีความสามารถคล้ายเคียงกัน
คุณสมบัติของ DaVinci Resolve Studio
ฟีเจอร์เด่นด้านการตัดต่อวิดีโอ
DaVinci Resolve Studio มีเครื่องมือสำหรับการตัดต่อที่หลากหลาย ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักตัดต่อทำงานได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล
คุณสมบัติหลัก เช่น
- รองรับการตัดต่อแบบ Multi-Track
- มีโหมดตัดต่อหลายรูปแบบ เช่น Cut Page สำหรับงานเร็ว และ Edit Page สำหรับงานละเอียด
- ทำงานกับไฟล์ความละเอียดสูงได้อย่างลื่นไหล
- ระบบ Proxy ช่วยให้ตัดต่อไฟล์หนักได้ แม้ใช้เครื่องสเปคกลาง
ความสามารถด้านการเกรดสีที่เป็นเอกลักษณ์
DaVinci Resolve ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องมือเกรดสีที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์
คุณสมบัติสำคัญ เช่น
- Color Wheels, Curves และระบบ Node-based สำหรับการจัดการสีขั้นสูง
- เครื่องมือ HDR grading รองรับงานคุณภาพสูง
- Magic Mask และ AI Tracking ช่วยเลือกวัตถุปรับสีเฉพาะจุด
- LUTs และฟีเจอร์การจัดการสีที่แม่นยำ
ระบบเสียงระดับมืออาชีพใน Fairlight
Fairlight คือหนึ่งในโมดูลที่ช่วยให้ DaVinci Resolve Studio ทำงานได้ครบวงจรในโปรแกรมเดียว
คุณสมบัติด้านเสียง เช่น
- ระบบมิกซ์เสียงแบบ Multi-Channel
- เอฟเฟกต์เสียงและปลั๊กอินหลายรูปแบบ
- การทำ Mastering ระดับสูงสำหรับงานภาพยนตร์
- การแก้เสียงรบกวนและปรับแต่งเสียงด้วยเครื่องมือ AI
ฟีเจอร์ Fusion สำหรับงาน VFX และ Motion Graphics
Fusion เป็นโมดูลที่ใช้สำหรับสร้างเอฟเฟกต์พิเศษและงานคอมโพสิตแบบ Node-based
คุณสมบัติหลัก เช่น
- การทำ Green Screen และคีย์สี
- ระบบ 3D compositing
- เครื่องมือสร้างโมชั่นกราฟิก
- ระบบ Tracking และ Stabilization
ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในเวอร์ชัน Studio
เวอร์ชัน Studio มาพร้อมเครื่องมือเพิ่มเติมและประสิทธิภาพที่สูงกว่าเวอร์ชันฟรีอย่างชัดเจน
ข้อดีที่มีเพิ่มเข้ามา เช่น
- การเร่งผลด้วย GPU หลายตัว
- ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นสำหรับงาน 4K, 8K และโปรเจกต์ขนาดใหญ่
- เอฟเฟกต์ในหมวด Resolve FX ครบชุด
- เครื่องมือ AI ขั้นสูง เช่น Face Recognition และ Voice Isolation
- รองรับการส่งออกไฟล์ความละเอียดสูงและฟอร์แมตเฉพาะทางมากขึ้น
เหมาะกับใคร
- นักตัดต่อวิดีโอที่ต้องการระบบครบวงจร
- ผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ต้องการความแม่นยำด้านสี
- Content Creator ที่ต้องการคุณภาพงานสูงแต่ใช้งานง่าย
- สตูดิโอโปรดักชันที่ทำงานหลายรูปแบบภายในทีมเดียว
- ผู้สร้างงาน VFX หรือโมชั่นกราฟิกที่ต้องการระบบ Node-based
DaVinci Resolve Studio เป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์ทั้งผู้เริ่มต้นและผู้เชี่ยวชาญ ด้วยความสามารถครบวงจรตั้งแต่การตัดต่อ เกรดสี ทำเสียง ไปจนถึงงาน VFX และโมชั่นกราฟิก ทำให้เป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับงานโปรดักชันวิดีโอสมัยใหม่ หากกำลังมองหาเครื่องมือมืออาชีพที่ทำให้งานมีคุณภาพสูงและรองรับโปรเจกต์ตั้งแต่เล็กจนถึงใหญ่ DaVinci Resolve Studio ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดปัจจุบัน
ภาพตัวอย่าง (Screenshot)

ความต้องการของระบบ
- ระบบปฏิบัติการ: Windows 11 / 10 (64-bit)
- หน่วยประมวลผล: Intel Core i7 or AMD Ryzen 7 ขึ้นไป
- กราฟิกการ์ด: VRAM อย่างน้อย 2GB และรองรับ OpenCL 1.2 หรือ CUDA 11
- หน่วยความจำ (RAM): 8 GB (32 GB แนะนำ)
- พื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์: 9 GB ขึ้นไป
ข้อมูลไฟล์
- ผู้พัฒนา: Blackmagic Design
- ประเภทใบอนุญาต: Shareware
- ภาษา: รองรับหลายภาษา
- รูปแบบไฟล์: .rar
- ขนาดไฟล์: 8 GB
- เวอร์ชัน: 20.3.1
- วันที่อัปเดตล่าสุด: 18/12/2025
- เซิร์ฟเวอร์ดาวน์โหลด: Gofile
ข้อมูลสำคัญก่อนดาวน์โหลด
- วิธีดาวน์โหลด: ดูขั้นตอนการดาวน์โหลด
- รหัสแตกไฟล์: axeload
Disclaimer
เว็บไซต์นี้ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ ลิงก์ทั้งหมดเป็นแหล่งภายนอก เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการแนะนำซอฟต์แวร์เท่านั้น ผู้ใช้ควรตรวจสอบเงื่อนไขจากผู้พัฒนาโดยตรง


