ผมพูดตรง ๆ เลยนะ ตอนแรกผมก็คิดว่า “วินโดวส์มันก็คือวินโดวส์ จะไปรีดอะไรได้อีก” จนวันหนึ่งลองไล่ปิดพวก telemetry กับแอปขยะจริงจัง ผลคือ FPS ขึ้นแบบรู้สึกได้ โดยเฉพาะตอนเล่นเกมกินสเปคหรือเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน มันไม่ได้เพิ่มแบบเว่อร์ ๆ แต่ความ “นิ่ง” ดีขึ้นชัด เฟรมไม่แกว่งง่าย และเครื่องโล่งขึ้นเยอะ บทความนี้เลยเขียนจากที่ผมลองเองล้วน ๆ ไม่มีทฤษฎีลอย ๆ เน้นทำจริง ใช้จริง ถ้าพร้อมแล้วค่อย ๆ ไล่ไปทีละส่วน
Telemetry คืออะไร แล้วทำไมสายเกมถึงไม่ชอบ
บน Windows 11 มันมีระบบที่คอยส่งข้อมูลการใช้งานกลับไปให้ Microsoft เช่น การใช้งานแอป ปัญหาที่เจอ หรือพฤติกรรมบางอย่าง ซึ่งในมุมบริษัทมันช่วยพัฒนาระบบ แต่ในมุมคนใช้เกม มันคือ “process แอบวิ่ง” ที่กินทรัพยากรเล็ก ๆ ตลอดเวลา
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้กินหนักทีเดียว แต่ “กินเรื่อย ๆ” แล้วมันสะสม
ผลลัพธ์ที่ผมได้หลังปรับ (เอาแบบไม่อวย)
- FPS เพิ่มนิดหน่อย (ประมาณ 3–10% แล้วแต่เกม)
- Frame time นิ่งขึ้น (อันนี้รู้สึกชัดกว่า FPS)
- เครื่องเบาขึ้น เปิดอะไรพร้อมกันแล้วไม่หน่วงง่าย
- Background process ลดลงจริง
ปิด Telemetry แบบไม่ง้อโปรแกรม (สายลุยล้วน)
อันนี้จะเป็นวิธีที่ผมใช้เอง ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม
1. ปิดผ่าน Settings พื้นฐานก่อน
เข้าไปที่ Settings → Privacy & Security → Diagnostics & feedback แล้วปิดให้หมดเท่าที่ปิดได้ เช่น
- Diagnostic data → เลือก Basic (หรือ Required only)
- ปิด Tailored experiences
- ปิด Send optional diagnostic data
อันนี้คือ “ด่านแรก” ทำง่ายสุด แต่ยังไม่สุด

2. ปิด Service ที่เกี่ยวข้อง
กด Win + R แล้วพิมพ์ services.msc จากนั้นหา service พวกนี้:
- Connected User Experiences and Telemetry
- dmwappushsvc
แล้วทำแบบนี้:
- คลิกเข้าไป → Startup type = Disabled
- กด Stop
หลังทำตรงนี้ ผมเห็น process หายไปทันที

3. ปิดผ่าน Group Policy (เวอร์ Pro จะมี)
กด Win + R แล้วพิมพ์ gpedit.msc ไปที่:
Computer Configuration → Administrative Templates → Windows Components → Data Collection
- ในหน้านี้ดับเบิ้ลคลิกทีละอัน แล้วตั้งเป็น Disabled
จุดนี้ถือว่า “ลึกขึ้นอีกระดับ”

4. ปิด Task Scheduler ที่แอบรัน
ไปที่ Task Scheduler แล้วไล่ดูใน:
- Microsoft → Windows → Application Experience
- Microsoft → Windows → Customer Experience Improvement Program
Disable task ที่เกี่ยวกับ telemetry ทั้งหมด
อันนี้หลายคนไม่ทำ แต่ผมว่า “ตัวจริง” อยู่ตรงนี้

ลบ Bloatware (แอปขยะ) ให้เครื่องโล่ง
Windows 11 มันแถมแอปมาเยอะมาก บางตัวไม่เคยเปิดเลยแต่กิน resource อยู่เบื้องหลัง
วิธีลบแบบง่าย (PowerShell)
คลิกขวา Start → เปิด Windows Terminal (Admin) แล้วใช้คำสั่งแนวนี้:
Get-AppxPackage *xbox* | Remove-AppxPackage
Get-AppxPackage *bing* | Remove-AppxPackage
Get-AppxPackage *zune* | Remove-AppxPackage
ปรับชื่อแพ็กเกจเอาตามที่อยากลบ
แอปที่ผมลบจริง (สายเกมล้วน)
- Xbox (ถ้าไม่ใช้)
- Cortana
- Bing / News
- Weather
- Clipchamp
- Teams
ลบแล้วเครื่องโล่งขึ้นแบบเห็น process หาย
ทริคเสริมที่ช่วย “รีดเฟรม” เพิ่มอีกนิด
- ปิด Startup app ที่ไม่จำเป็น
- ใช้ Game Mode (เปิดไว้ก็โอเค)
- อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอให้ล่าสุด
- ปิด overlay ต่าง ๆ (Discord, GeForce Experience ถ้าไม่ใช้)
ข้อควรระวัง (พูดตรง ๆ ไม่โลกสวย)
- ปิด telemetry มากไป → บางฟีเจอร์อาจเพี้ยน
- ลบแอปผิด → บางอย่างต้องลงใหม่
- อัปเดต Windows อาจรีเซ็ตค่าบางส่วน
เพราะงั้นก่อนทำจริง แนะนำให้สร้าง restore point ไว้ก่อน
สรุปแบบคนลองมาเอง
ถ้าคุณหวังว่า “ทำแล้ว FPS พุ่ง 2 เท่า” — ไม่ใช่
แต่ถ้าคุณอยากให้เครื่อง “นิ่ง ลื่น โล่ง” ขึ้น — อันนี้ใช่เลย
ผมมองว่ามันคือการ “เก็บเศษ performance” ที่วินโดวส์แอบกินไปคืนกลับมา
ทางลัดระดับโปร: สคริปต์ Windows Utility (Chris Titus Tech)
ผมแนะนำวิธีการตั้งค่า Windows โดยใช้สคริปต์ของนักพัฒนาที่รวมการ Debloat, ปิด Telemetry และลงโปรแกรมพื้นฐานแบบรวดเดียวจบ (ใช้ผ่าน PowerShell) ซึ่งปลอดภัยและสายโมดิฟายด์นิยมใช้กันมากครับ
เปิด PowerShell (Admin) แล้ววางคำสั่งนี้:
PowerShell
iwr -useb https://christitus.com/win | iex
- เมื่อหน้าต่าง GUI เด้งขึ้นมา ให้ไปที่แท็บ Tweaks
- คลิกที่ปุ่ม Standard (สคริปต์จะเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไปให้) หรือจะเลือกติ๊กเอาเองก็ได้
- กด Run Tweaks แล้วรอจนเสร็จ

หลังจากรันคำสั่งเหล่านี้และรีสตาร์ทเครื่องหนึ่งรอบ Windows 11 Pro ของคุณจะเบาลง โฟกัสทรัพยากรไปที่การเล่นเกมได้เต็มที่มากขึ้นแน่นอนครับ
วิธีนี้ผมแนะนำเลยครับคือจะรวมการตั้งค่าไว้ในตัวเดียว ผมใช้อยู่และได้ผลดีเยี่ยมเลย
ทิ้งท้าย
Windows 11 มันไม่ได้ช้าแต่มัน “มีของแถมเยอะเกิน” หน้าที่เราคือเอาสิ่งที่ไม่ใช้ทิ้งไป แล้วให้เครื่องโฟกัสกับสิ่งเดียว — เกม ทำครบชุดนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเลยว่าบางที FPS ที่หายไป…มันไม่ได้หายไปไหนแค่โดนระบบกินเงียบ ๆ เท่านั้นเอง










